ไข้หวัดใหญ่ในเด็กเป็นการติดเชื้อไวรัสทางเดินหายใจที่อาจเริ่มคล้ายหวัด แต่ทำให้มีไข้สูงและอาการทั่วร่างกายได้รวดเร็ว พ่อแม่ควรสังเกตทั้งไข้ ไอ เจ็บคอ ปวดเมื่อย และพฤติกรรมที่เปลี่ยนไป พร้อมรู้จักสัญญาณอันตราย เช่น หายใจลำบาก ซึมมาก หรือดื่มน้ำไม่ได้ เด็กส่วนใหญ่ดีขึ้นได้ด้วยการพักผ่อนและดูแลตามอาการ แต่เด็กเล็กและผู้มีโรคประจำตัวอาจเสี่ยงภาวะแทรกซ้อนมากกว่า องค์การอนามัยโลกระบุว่าไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลทำให้มีผู้ป่วยทั่วโลกประมาณหนึ่งพันล้านรายต่อปี ในจำนวนนี้เป็นผู้ป่วยรุนแรงราวสามถึงห้าล้านราย จึงควรป้องกันและประเมินอาการอย่างเหมาะสม
ไข้หวัดใหญ่ในเด็กคืออะไร และติดต่อได้อย่างไร
ไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ ติดต่อผ่านละอองฝอยจากการไอหรือจาม และผ่านมือหรือพื้นผิวที่ปนเปื้อนเชื้อแล้วสัมผัสตา จมูก หรือปาก เด็กอาจแพร่เชื้อให้ผู้อื่นได้ตั้งแต่ก่อนเริ่มมีอาการ และมักแพร่เชื้อต่อได้หลายวันหลังป่วย โดยเด็กเล็กบางรายอาจแพร่เชื้อนานกว่านั้น
ไข้หวัดใหญ่ต่างจากไข้หวัดทั่วไปตรงที่มักเริ่มป่วยฉับพลัน มีไข้ ปวดศีรษะ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลียเด่นกว่า อย่างไรก็ตาม อาการเพียงอย่างเดียวแยกโรคได้ไม่แน่นอน แพทย์อาจพิจารณาตรวจเพิ่มเติมตามอาการ ความเสี่ยง และสถานการณ์การระบาด
อาการไข้หวัดใหญ่ในเด็กที่ควรสังเกต
อาการอาจแตกต่างกันตามวัย เด็กบางคนมีอาการทางเดินหายใจชัดเจน ขณะที่เด็กเล็กอาจแสดงออกด้วยการงอแง กินน้อย หรือซึมลง ผู้ดูแลควรสังเกตภาพรวมและการเปลี่ยนแปลงจากปกติ ไม่พิจารณาเฉพาะตัวเลขอุณหภูมิ
อาการที่พบบ่อย
- มีไข้หรือรู้สึกร้อน หนาวสั่น โดยอาจมีไข้สูง
- ไอ เจ็บคอ คัดจมูก หรือน้ำมูกไหล
- ปวดศีรษะ ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ และอ่อนเพลีย
- เบื่ออาหาร งอแง หรือทำกิจกรรมได้น้อยลง
- เด็กบางรายมีอาเจียนหรือท้องเสียร่วมด้วย
ลักษณะที่อาจพบในเด็กเล็ก
ทารกและเด็กเล็กอาจบอกอาการปวดไม่ได้ จึงควรดูว่าดูดนมหรือกินอาหารลดลง ปัสสาวะน้อยลง ร้องกวนผิดปกติ ปลุกยาก หรือไม่สนใจสิ่งรอบตัวหรือไม่ หากอายุน้อยกว่า ๓ เดือนและมีอุณหภูมิตั้งแต่ ๓๘ องศาเซลเซียสขึ้นไป ควรติดต่อแพทย์เพื่อรับคำแนะนำโดยเร็ว ไม่ควรรอดูอาการเอง
สัญญาณเตือนไข้หวัดใหญ่ในเด็กที่ต้องรีบพบแพทย์
สัญญาณอันตรายอาจบ่งถึงภาวะขาดน้ำ ปอดอักเสบ หรือภาวะแทรกซ้อนอื่น หากพบอาการต่อไปนี้ ให้พาเด็กไปพบแพทย์ทันทีหรือขอความช่วยเหลือฉุกเฉินตามความรุนแรง
- หายใจเร็ว หอบ หายใจลำบาก หน้าอกหรือชายโครงบุ๋ม หรือริมฝีปากเขียวคล้ำ
- ซึมมาก ปลุกยาก ไม่ตอบสนอง สับสน หรือชัก
- ดื่มนมหรือน้ำไม่ได้ อาเจียนต่อเนื่อง ปากแห้ง ไม่มีน้ำตา หรือปัสสาวะน้อยมาก
- เจ็บหน้าอก ปวดกล้ามเนื้อรุนแรงจนไม่ยอมเดิน หรืออาการทรุดลงรวดเร็ว
- ไข้หรือไอดีขึ้นแล้วกลับมาแย่ลง หรือมีไข้ต่อเนื่องร่วมกับอาการผิดปกติ
เด็กที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ โรคปอด ภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือโรคทางระบบประสาท ควรได้รับคำปรึกษาจากบุคลากรทางการแพทย์ตั้งแต่เริ่มป่วย เพราะอาจมีโอกาสเกิดอาการรุนแรงหรือจำเป็นต้องได้รับการรักษาเร็วขึ้น
แนวทางดูแลลูกเมื่อสงสัยว่าเป็นไข้หวัดใหญ่
พักผ่อนและให้ของเหลวอย่างเพียงพอ
ให้เด็กพักผ่อนในห้องที่อากาศถ่ายเท และจิบน้ำหรือนมบ่อย ๆ ตามวัย หากมีอาเจียนหรือท้องเสีย ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเรื่องสารละลายน้ำตาลเกลือแร่ที่เหมาะสม สังเกตปริมาณปัสสาวะและความสามารถในการดื่มเป็นระยะ
ลดไข้และบรรเทาอาการอย่างปลอดภัย
ใช้ยาลดไข้ตามคำแนะนำของแพทย์หรือฉลากที่ระบุขนาดตามน้ำหนักและอายุ ห้ามให้ยาแอสไพรินแก่เด็กหรือวัยรุ่นที่ป่วยจากไข้หวัดใหญ่ เพราะสัมพันธ์กับความเสี่ยงต่อภาวะเรย์ซินโดรม ไม่ควรใช้ยาปฏิชีวนะเอง เนื่องจากยาปฏิชีวนะไม่รักษาเชื้อไวรัส และไม่ควรให้ยาแก้ไอหรือยาแก้หวัดหลายชนิดแก่เด็กเล็กโดยไม่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ
ยาต้านไวรัสและการประเมินจากแพทย์
แพทย์อาจพิจารณายาต้านไวรัสสำหรับเด็กบางราย โดยเฉพาะผู้ป่วยอาการรุนแรง ผู้ที่ต้องนอนโรงพยาบาล หรือเด็กที่มีความเสี่ยงสูง ยามักได้ผลดีที่สุดเมื่อเริ่มเร็ว โดยทั่วไปภายใน ๔๘ ชั่วโมงแรกหลังเริ่มมีอาการ แต่ผู้ป่วยบางกลุ่มอาจยังได้รับประโยชน์แม้เริ่มช้ากว่านั้น การเลือกยาและขนาดยาต้องให้แพทย์เป็นผู้ประเมิน ไม่ควรซื้อยามาใช้เอง
ลดการแพร่เชื้อในบ้านและโรงเรียน
ให้เด็กหยุดเรียนขณะมีไข้หรือยังไม่สบาย ล้างมือด้วยสบู่เป็นประจำ ใช้กระดาษทิชชูปิดปากและจมูกเวลาไอหรือจาม ทำความสะอาดพื้นผิวที่สัมผัสบ่อย และหลีกเลี่ยงใกล้ชิดทารก ผู้สูงอายุ หรือผู้มีโรคประจำตัว ควรกลับไปทำกิจกรรมเมื่ออาการโดยรวมดีขึ้นและไม่มีไข้โดยไม่ได้ใช้ยาลดไข้อย่างน้อย ๒๔ ชั่วโมง ทั้งนี้ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของสถานศึกษาและหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ด้วย
การป้องกันไข้หวัดใหญ่ในเด็ก
วัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี
วัคซีนเป็นวิธีสำคัญในการลดความเสี่ยงต่อการป่วยและอาการรุนแรง องค์การอนามัยโลกแนะนำให้ฉีดวัคซีนตามฤดูกาล โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยง เด็กที่มีอายุตั้งแต่ ๖ เดือนขึ้นไปสามารถรับวัคซีนได้ตามคำแนะนำของบุคลากรทางการแพทย์และแนวทางในประเทศ วัคซีนอาจต้องฉีดทุกปีเพราะสายพันธุ์ที่ระบาดเปลี่ยนแปลง และภูมิคุ้มกันลดลงตามเวลา เด็กบางคนที่ฉีดเป็นครั้งแรกอาจต้องรับ ๒ เข็มห่างกันตามเกณฑ์อายุและประวัติการฉีด ควรสอบถามสถานพยาบาล
สุขอนามัยและการสังเกตอาการ
สอนเด็กให้ล้างมืออย่างถูกวิธี ไม่ใช้แก้วน้ำหรือช้อนร่วมกับผู้อื่น และหลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้าเมื่อมือไม่สะอาด หากคนในบ้านป่วย ควรเพิ่มการระบายอากาศ ทำความสะอาดบริเวณสัมผัสร่วม และสวมหน้ากากเมื่ออยู่ใกล้ผู้อื่นตามความเหมาะสม
สรุป: สังเกตอาการให้เร็ว ดูแลให้ถูก และรู้ว่าเมื่อใดต้องพบแพทย์
ไข้หวัดใหญ่ในเด็กมักทำให้เกิดไข้ ไอ ปวดเมื่อย และอ่อนเพลีย แต่เด็กเล็กอาจแสดงอาการผ่านการกินน้อย ซึม หรือปัสสาวะลดลง การพักผ่อน ให้ของเหลว ใช้ยาตามคำแนะนำ และลดการแพร่เชื้อช่วยดูแลอาการเบื้องต้นได้ ขณะเดียวกัน การหายใจลำบาก ซึมมาก ดื่มไม่ได้ หรืออาการทรุดเป็นสัญญาณที่ไม่ควรรอ หากลูกอายุน้อย มีโรคประจำตัว หรือผู้ปกครองไม่แน่ใจ ควรติดต่อแพทย์ และสอบถามสถานพยาบาลเรื่องวัคซีนไข้หวัดใหญ่ประจำปี
ข้อมูลอ้างอิง: องค์การอนามัยโลก เรื่องไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล; ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคแห่งสหรัฐอเมริกา เรื่องอาการไข้หวัดใหญ่ สัญญาณฉุกเฉินในเด็ก และการใช้ยาต้านไวรัส; แนวทางวัคซีนและคำแนะนำด้านสุขภาพในประเทศไทยควรตรวจสอบกับกระทรวงสาธารณสุขหรือสถานพยาบาลในพื้นที่
